ได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก ดร.เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ ตำแหน่ง ประธานอำนวยการหน่วยแพทย์อาสา ในมูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์
- Petch Satianpong
- 27 ก.พ.
- ยาว 1 นาที
ศูนย์ข่าว น.ส.พ.ไทยโปลิศพลัส
( เพื่อปวงชนชาวไทย )
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15:00 น. ที่ผ่านมา นายไทยใหญ่รัฐพร แก้วเก้าศิริ ผู้อำนวยการ น.ส.พ. ไทยโปลิศ+ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก ดร.เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ ตำแหน่ง ประธานอำนวยการหน่วยแพทย์อาสา ในมูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ผู้เสียหายร้องทุกข์ในครั้งนี้ โดยผู้เสียหายรายนี้ได้นำข้อมูล และพยานหลักฐานต่างๆ เดินทางมาที่สำนักงานส่วนกลาง ของศูนย์ข่าว น.ส.พ.ไทยโปลิศ+ เพื่อเข้าชี้แจงร้องทุกข์ต่อนายไทยใหญ่รัฐพร แก้วเก้าศิริ ผู้อำนวยการ น.ส.พ.ไทยโปลิศ+ โดยผู้เสียหายรายนี้ได้ชี้แจงกล่าวว่าตนนั้น เวลานี้ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ทั้งที่เป็นผู้เสียหาย ทั้งโดนข่มขู่ ว่าจะให้มีความผิดในข้อหาในมาตรา 112 จากนายตำรวจนายหนึ่ง ที่พยายามพูดคุยกับตน ในลักษณะจงใจที่จะกลั่นแกล้ง กล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม มาโดยตลอดในระยะเวลาหนึ่ง พยายามทำลายทั้งชื่อเสียง และเกียรติยศ ที่ตนนั้นสะสมมามากกว่า20ปี จากที่ตนนั้นได้ทำงานเป็นผู้นำองค์กรในตำแหน่งสำคัญๆในระดับองค์กรในระดับชาติ และตนทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอดกว่า20ปี อีกทั้งตนนั้นก็เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงมาโดยตลอดทั้งชีวิตที่เกิดมาเป็นคนไทย ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ตนจะมีพฤติการณ์ ในการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ดร.เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ ผู้เสียหายรายนี้ได้กล่าวอธิบายเรียงลำดับถึงเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ ต่ออีกว่า ตนนั้นได้นั้นได้ถูกกลุ่มขบวนการดังกล่าว พยายามที่จะหาเรื่องหาประเด็นให้ตนนั้นมีความผิดทางอาญา และตั้งใจทำลายชื่อเสียงทั้งต่อหน้า และลับหลัง พยายามที่จะใช้กลุ่มพรรคพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ มากลั่นแกล้งยัดข้อหา โดยไม่สุจริต ไม่เป็นธรรม โดยมีนายตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งมียศตำแหน่งในราชการปัจจุบันเป็นถึงนายตำรวจระดับรองผู้กำกับการ ได้แจ้งความกล่าวหาตน ในข้อหา สวมเครื่องแบบ และประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ์ใช้ยศตำแหน่งเครื่องราชโดยไม่มีสิทธิ ฯ โดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมโดยน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนฯ
ผู้เสียหายรายนี้ กล่าวต่ออีกว่า ในขอหาดังกล่าวข้างต้นนี้ ที่ทางนายตำรวจนายนี้ ก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาแก่ตนนั้น นายตำรวจนายนี้ก็ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบตามข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการตามกฏหมายอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อน ที่จะแจ้งความดำเนินคดี ตามที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ตน ว่าชุดที่ตนได้สวมใส่ตามวาระต่างๆในพิธีงานต่างๆ นั้นได้มีการอนุญาตโดยองค์กรเป็นผู้กำหนดมาตรฐานระเบียบของชุดประจำองค์กรสำหรับผู้บริหารองค์กรในระดับสูง ว่าเป็นชุดเครื่องแบบของหน่วยงานใด หรือองค์กรใด และตนนั้นก็ไม่เคยได้รู้จักกับนายตำรวจนายนี้เป็นการส่วนตัวมาก่อน ส่วนชุดเครื่องแบบที่ตนได้สวมใส่ออกงานพิธีตามวาระสำคัญต่างๆ ที่เป็นประเด็นนั้น ก็ไม่ได้เป็นชุดข้าราชการแต่อย่างใด และไม่ได้เป็นการผิดระเบียบ ผิดกฏหมายแต่อย่างใด เป็นชุดเครื่องแบบที่ได้มีการอนุญาต เป็นระเบียบชุดของทางองค์กร ที่ตนนั้นได้รับตำแหน่งสำคัญในองค์กรนั้นๆ อย่างถูกต้องถูกระเบียบมาตรฐานของทางองค์กร ที่ตนได้มีสิทธิ์สวมใส่ได้เป็นปกติ ไม่มีอะไรที่ทำผิดกฏหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด และตนไม่ได้แอบอ้างหรือกระทำความผิด ระเบียบใดๆ หรือสวมใส่ชุดเครื่องแบบเรียนแบบหน่วยงานของทางข้าราชการใดโดยที้งสิ้น และองค์กรก็ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อให้สมาชิกบุคคลขององค์กร สามารถสวมใส่ชุดเครื่องแบบนี้ได้ โดยไม่ได้เป็นการแอบอ้างตนว่าตนเป็นข้าราชในหน่วยงานสังกัดใดๆทั้งสิ้น เช่นเดียวกัน และการที่นายตำรวจยศรองผู้กำกับนายนี้ ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ตนในข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างตนนั้น จึงถือว่าเป็นเท็จ และหมิ่นประมาทตนโดยทั้งสิ้น และถือเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ข้าราชการตำรวจโดยไม่มิชอบ ไม่สุจริต และไม่เป็นธรรมต่อประชาชน เพื่อยัดเยียดข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้นนั้น ยัดข้อหาให้กับตน และตนเชื่อว่าในการที่นายตำรวจนายนี้ที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตนเช่นนี้นั้น ยังมีผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เบื้องหลัง และทำกันเป็นขบวนการ เพื่อหวังผลให้ตนเสียชื่อเสียง และต้องลาออกหลุดจากตำแหน่งในองค์กรสำคัญๆ ต่างๆที่ตนนั้นดำรงตำแหน่งอยู่ โดยการทำลายชื่อเสียงเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และต้องการให้ตนมีโทษทางอาญาแผ่นดินตามกฏหมาย อีกทั้งยังมีกลุ่มชุดตำรวจนอกเครื่องแบบ กลุ่มหนึ่งได้เคยมีการกระทำเกินกว่าเหตุ โดยมีการคุกคามบุกรุกมายังที่บ้านพักอาศัยของตนและภรรยา โดยอ้างว่ามาถ่ายภาพไปเป็นหลักฐาน ซึ่งไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีหนังสือไม่มีหมายศาล หรือหมายค้นแต่อย่างใด ตนจึงมั่นใจว่าทำกันเป็นขบวนการ ตนจึงรู้สึกไม่มีความปลอดภัย และเป็นการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชน ตนจึงตัดสินใจเดินทางมาที่สำนักงานกลางศูนย์ข่าวไทยโปลิศ+ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์เพื่อประชาชน เพื่อมาร้องทุกข์กับนายไทยใหญ่รัฐพร แก้วเก้าศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว น.ส.พ.ไทยโปลิศ+ ในครั้งนี้
ในเบื้องต้นนายไทยใหญ่รัฐพร แก้วเก้าศิริ ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้ และขอตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ของทาง ดร.เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ ตำแหน่ง ประธานอำนวยการหน่วยแพทย์อาสา ในมูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ผู้เสียหาย และรวบรวมเก็บข้อมูลของทางผู้เสียหาย ที่นำมามอบแนบกับให้การคำร้องทุกข์ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบ ข้อเท็จจริงจากคำร้องทุกข์ดังกล่าวของทางผู้เสียหายรายนี้ ว่าเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ตามที่ได้มีการมาร้องทุกข์กับทางศูนย์ข่าว น.ส.พ.โปลิศ+ นั้น เป็นจริงเท็จประการใด และหากว่าผู้เสียหายรายนี้ได้ถูกกระทำการกลั่นแกล้งจากขบวนการทั้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ และบุคคลที่ร่วมกระทำกันเป็นขบวนการ ตามคำร้องทุกข์ของผู้เสียหายรายนี้มีมูลพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนเป็นความจริงตามที่ได้ร้องทุกข์กับทางศูนย์ข่าว น.ส.พ.ไทยโปลิศ+ จริง ศูนย์ข่าว น.ส.พ.ไทยโปลิศ+ เราพร้อมที่จะช่วยเหลือดำเนินการประสานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในทุกมิติ เพื่อช่วยให้ผู้เสียหายรายนี้ ได้รับความเป็นธรรมต่อผลทางคดี และได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในทุกหน่วยงานตามกระบวนการตามกฏหมายจนถึงที่สุดต่อไป
................................................
ศูนย์ข่าว น.ส.พ.ไทยโปลิศพลัส
30/5 ม.1 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110
สำนักงานโทร. 02-156 5171
สายด่วน โทร. 098-862 9 191
_edited.png)





ความคิดเห็น